
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี
.. อักษรย่อ ..
บ.ช.
..ที่ตั้ง..
96 ถ.มนตรีสุริยวงศ์ ต.หน้าเมือง
อ.เมือง จ.ราชบุรี
รหัสไปรษณีย์ 70000
โทร : 0-3233-7302
โทรสาร : 0-3231-8476
.. พื้นที่ ..
31 ไร่ 4 งาน 70 ตารางวา
.. สีประจำโรงเรียน ..
น้ำเงิน - ชมพู
น้ำเงิน
หมายถึง พระมหากษัตริย์
ชมพู
หมายถึง
สีประจำวันพระราชสมภพ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
.. ตราประจำโรงเรียน ..
เป็นตราอุณาโลม
มีรัศมีโดยรอบ 19 แฉก
อยู่เหนือรูปวงกลม
ภายในวงกลมมีอักษรย่อ บ.ช.
ขอบรอบนอกมีคติพจน์โรงเรียน
ด้านล่างเป็นแถบโค้ง
ภายในแถบมีชื่อ
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี
.. ธงประจำโรงเรียน ..
ธงประจำโรงเรียน มี 2 สี
ด้านบนเป็นสีน้ำเงิน
หมายถึงพระมหากษัตริย์
ด้านล่างเป็นสีชมพู
หมายถึงสีประจำวันพระราชสมภพ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
.. คติพจน์ ..
สจฺจํ เว อมตา วาจา
(วาจาจริง เป็นวาจาที่ไม่ตาย)
.. คำขวัญ ..
คนดี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้
คู่คุณธรรม นำชุมชน
.. ดอกไม้ประจำโรงเรียน ..
ดอกทองกวาว
.. ห้องเรียน ..
ม.ต้น 13-13-13/ม.ปลาย 12-12-12
ครู 151 คน ลูกจ้างประจำ 13 คน
..หลักสูตร ..
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2544
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ตั้งอยู่ที่ถนนมนตรีสุริยวงศ์
(ตรงข้ามกับวัดสัตตนารถปริวัตรทางด้านทิศใต้)
ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี
เป็นโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดราชบุรี
สังกัดกรมสามัญศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการเปิดสอน 2 ระดับ คือ
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม. 1-2-3)
รับเฉพาะนักเรียนชายและ
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม. 4-5-6)
รับทั้งนักเรียนชายและหญิง
แต่เดิมการศึกษาของประชาชนคนไทยนั้น
ได้อาศัยวัดเป็นสถานที่เล่าเรียน
โดยมีพระสงฆ์และฆราวาสที่มีความรู้
เป็นอาจารย์ แต่การศึกษาสมัยนั้น
ยังไม่มีรูปแบบและแผนการเรียนที่แน่นอน
วัดสัตตนารถปริวัตร (สร้างเมื่อ พ.ศ. 2414)
เป็นวัดหนึ่งที่ทำหน้าที่ให้การศึกษา
แก่กุลบุตรกุลธิดาดังกล่าวแล้วเช่นกัน
ต่อมาเมื่อรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ขยายการศึกษาถึงมวลราษฎรทั่วไป
โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตั้งโรงเรียนหลวงในวัด คือ
โรงเรียนวัดมหรรณพารามเมื่อ พ.ศ. 2429
นับได้ว่าเป็นการตั้งโรงเรียนประถมศึกษาเป็นครั้งแรก
ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2429
ก็ทรงสนับสนุนให้ขยายการศึกษาออกไป
ถึงส่วนภูมิภาคขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อ่างทอง อุทัยธานีลพบุรี สมุทรปราการ
นครปฐม เพชรบุรี และราชบุรี
สำหรับที่ราชบุรีจัดให้มีขึ้นที่
วัดสัตตนารถปริวัตร
จึงมีโรงเรียนหลวงตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ในระยะเวลา พ.ศ. 2441 - 2450
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
โปรดให้ปรับปรุงการศึกษา
ให้มีระบบแบบแผนตามแบบตะวันตก
โรงเรียนหลวงในวัดสัตตนารถปริวัตร
ได้รับการปรับปรุงให้เป็นทางการในปี พ.ศ. 2450
โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้อำมาตย์โทพระบำนาญ วรวัจน์ (ตาบ ผลชีวะ)
เป็นข้าหลวงธรรมการมณฑลราชบุรี
รับผิดชอบจัดการศึกษาโรงเรียนวัดสัตตนารถปริวัตร
จึงได้เปลี่ยนฐานะเป็น
" โรงเรียนตัวอย่างวัดสัตตนารถปริวัตร"
โดยใช้ศาลาการเปรียญที่อยู่บริเวณหน้าวัด
(บริเวณหน้าวัดสมัยนั้นมีต้นจันมาก
ศาลาการเปรียญหลังนั้นจึงเรียกกันว่า ศาลาต้นจัน)
และชั้นล่างของกุฏิพระข้างหอระฆัง
เป็นสถานที่ให้การศึกษาแก่กุลบุตรกุลธิดาเรื่อยมา
ต่อมาในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2455
ทางราชการธรรมการมณฑลราชบุรี
มีประกาศเชิญชวน พ่อค้า ประชาชน
และข้าราชการร่วมกันบริจาคทรัพย์
สร้างตึกเรียนถาวรขึ้นในที่ดินของวัดสัตตนารถปริวัตร
โดยพระพุทธวิริยากร เจ้าอาวาสวัดสัตตนารถปริวัตร
(พ.ศ. 2437 - 2457)
ได้อนุญาติให้ใช้ที่ดินดังกล่าว
สำหรับเป็นที่ปลูกสร้างอาคารเรียน
(ที่ดินโฉนดเลขที่ 12814 เนื้อที่ 3 ไร่ 90 ตารางวา)
เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
อาคารตึกหลังนี้ เป็นรูปทรงปั้นหยา 2 ชั้น
6 ห้องเรียน กว้าง 11 เมตร ยาว 27 เมตร
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ได้เสด็จมาทรงทำพิธีเปิดโรงเรียน
เมื่อ" วันที่ 21 กันยายน 2456"
และพระราชทานนามว่า
.." โรงเรียนเบญจมราชูทิศ "..
ชื่อโรงเรียนเบญจมราชูทิศ
ราชบุรีจึงกำหนดตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
จากนั้นจึงได้ย้ายนักเรียนบางส่วนจากศาลาต้นจัน
และกุฏิพระในวัดสัตตนารถปริวัตร
มาเรียนที่อาคารหลังใหม่
แต่บางส่วนยังเรียนอยู่ที่เดิม
ทางราชการขนานนามโรงเรียนนี้ว่า
.." โรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลราชบุรีเบญจมราชูทิศ"..
ในระยะแรกสอนตั้งแต่ชั้นมูลถึงชั้นประถมศึกษา
สืบมาจากโรงเรียนตัวอย่างวัดสัตตนารถปริวัตร
รับทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิง
ต่อมาในปี พ.ศ. 2457
จึงได้เปิดสอนมัธยมปีที่ 1 (ม.1)
รับช่วงจากชั้นประถมศึกษาที่เปิดสอนอยู่ก่อนแล้ว
ต่อมาการขยายตัวทางการศึกษาเพิ่มมากขึ้น
จึงมีการขยายที่ดินก่อสร้างอาคารบ้านพักครู
ขุดสระน้ำหลังโรงเรียนเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้
(สระน้ำมีบางส่วนเหลือให้เห็นอยู่จนถึงในปัจจุบัน
บ้านพักข้าหลวงธรรมการมณฑลก็ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียน
ซึ่งใช้เป็นที่ตั้ง หอประชุมโรงอาหารในปัจจุบันนี้)
ต่อมาปี พ.ศ. 2459
ได้ขยายการสอนถึงชั้นมัธยมปีที่ 3
และในปี พ.ศ. 2460
ได้สร้างอาคารเรียนเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวเพิ่มขึ้นอีก 1 หลัง
พ.ศ. 2462 นายแก้ว สุวรรณดิษ
ได้บริจาค เงินสร้างอาคารเรียนเป็นเรือนไม้ชั้นเดียว
ทรงปั้นหยา ใต้ถุนสูง อีก 1 หลัง
และโรงเรียนได้เปิดสอนถึงชั้นมัธยมปีที่ 5 พ.ศ. 2469
ได้แยกนักเรียนหญิงทุกชั้น
ออกไปเรียนที่โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์
ซึ่งเป็นโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด
และยุบเลิกการสอนชั้นมูลและชั้นประถมศึกษา
เป็นการสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ 1 ถึงมัธยมปีที่ 6
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี
ได้เจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับ
มีอาคารเรียน 3 หลัง อาคารฝึกงาน 2 หลัง
จนถึง พ.ศ. 2540
โรงเรียนได้รับงบประมาณ
ก่อสร้างอาคารเรียนแบบพิเศษ 7 ชั้น
และสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2542
อันเป็นปีมหามงคล
ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ
ทรงเจริญพระชนมายุครบ 6 รอบ
จึงได้รับพระราชทานนามอาคารว่า
อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา
และได้กระทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2542
อันเป็นปีที่โรงเรียนจัดงานฉลองครบ 111 ปี
แห่งการก่อตั้งโรงเรียน
ต่อมาเรือนแก้วสุวรรณดิษได้ทรุดโทรมไปมาก
ไม่สามารถจะบูรณะซ่อมแซมต่อไปได้อีก
ดังนั้นปี พ.ศ. 2544
ทางโรงเรียนจึงขออนุญาตทำการรื้อถอน
และนำชื่อ "เรือนแก้ว สุวรรณดิษ"
ไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ของโรงเรียนเพื่อไว้เป็นอนุสรณ์
ส่วนพื้นที่ของเรือนแก้วสุวรรณดิษ
ใช้เป็นโรงอาหารสำหรับนักเรียนต่อไป
พ.ศ. 2546 โรงเรียนได้รับมอบที่ดิน
< ไร่ 9>
<>
<>
< โรงเรียนได้ทำการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว 2548>
<>
<>
ออกไปจนสุดเขต ทำถนนต่อออกไปโดยรอบ
ย้ายสถานที่เรียนวิชาเกษตรกรรม
ไปอยู่ที่ว่างด้านหลัง ทำที่จอดรถชั่วคราว
และปรับพื้นเพื่อทำสนามต่อไป

>